เมื่อไรก็ตามที่คุณทำเว็บขึ้นมาสักเว็บ คุณก็คงอยากให้ใครต่อใครมาเยี่ยมชมเว็บคุณ จริงมั้ยครับ แล้วจะทำไงล่ะ ให้มีคนดูลองนึกถีง เวลาที่เราต้องการหาอะไรสักอย่างบนเว็บ มี 2 ตัวเลือกให้เรา คือ
1.ถามเพื่อน ว่าเว็บแบบนี้....มีมั้ย ชื่อเว็บอะไร ถ้าเพื่อนรู้ หรือเคยเข้าเว็บนั้นๆ มาก่อน ก็ดีไปครับ คุณก็อาจได้รับคำตอบที่ถูกใจกลับมา
2.ค้นหาจากบริการค้นหา ทางอินเตอร์เน็ต ก็เช่น ค้นหาจาก google yahoo หรือ msn เป็นต้นในข้อ 1 เพื่อนที่บอกคุณเขาจะได้ข้อมูลมาจากประสบการณ์ของเขา เอามาบอกคุณ แต่เว็บบนโลกใบนี้มีเป็นล้านๆเว็บ ซึ่งเพื่อนคุณอาจไม่รู้จัก แล้ว search engine อย่าง google รู้จักเว็บคุณได้ไง หรือจะมีวิธีอะไรบ้าง ที่ทำให้ search engine รู้จักคุณ เรามาหาคำตอบเรื่องนี้กันเถอะทำไมมีข้อมูลของคุณอยู่บน search engine ทั้งที่คุณก็ไม่เคยทำอะไรเลย เกิดจากการที่ มีเพื่อนหรือใครสักคนที่รู้จักเว็บคุณแล้วเอาลิงค์ของคุณไปติดเว็บของเขาครับ หากเว็บของเพื่อนคุณมีอันดับอยู่ใน search engine อยู่แล้ว เว็บของคุณก็จะเข้าไปอยู่ในฐานข้อมูลของ search engine ได้ครับ ดังนั้น จำไว้...เอาลิงค์ของเราไปติดเว็บอื่น ช่วยได้ครับ
ตอนนี้มาทำให้ SE รู้จักเราด้วยตัวเอง
-------------------------------------------------------------------------
ถ้าเราไม่ติด SE(Search Engine) สักที หลังจากรอมานานแสนนาน ทางลัดที่จะทำให้เราเข้าไปสิงสถิตย์ใน SE ก็มีครับ ด้วยการบอกให้ SE มาเยี่ยมเว็บเรา
Google เข้าไปที่ http://www.google.com/addurl.html
ahoo! เข้าไปที่ http://search.yahoo.com/info/submit.html
MSN เข้าไปที่ http://search.msn.co.in/docs/submit.aspx
Alexa เข้าไปที่ http://www.alexa.com/site/help/webmasters
ทางลัดต่างๆที่ผมกล่าวถึงนี้ เป็นการไปบอกยัง SE โดยตรงครับ ว่าเว็บ....เว็บนี้มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ มาเยี่ยมหน่อยเถอะ ไม่นานเกินรอครับ เว็บเราจะเข้าไปอยู่ใน SE ต่างๆ อย่างแน่นอน ซึ่งโดยทั่วๆไป จะใช้เวลาประมาณ 2 - 7 วันครับถึงตอนนี้ ทุกๆคนคงมีเว็บไซต์ติดอันดับใน SE กันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะติดอันดับเท่าไรก็ตาม ตอนต่อๆไป เราจะทำให้มันขึ้นไปอยู่หน้าแรกๆของ SE กัน ที่เรียกว่า SEO ครับ
มาถึงตอนนี้หลายคนคงมีเว็บติดอันดับกันบ้างแล้วนะครับ
--------------------------------------------------------------
ก่อนอื่นเราต้องมาดูกันก่อน ว่าอะไรบ้างที่จะทำให้เรามีโอกาศได้ติดหน้าแรกๆ ของ Search Engineเมื่อ SE มาเยี่ยมเราเขามองหาอะไร?ทำไง พี่ Google ถึงจะหาเจอเรา และเนื้อหาเว็บเราจะโชว์แบบไหน SE จะมองหาใน Title, Keyword และ Description ครับ เนื่องจาก Tag พวกนี้ มักจะบอกว่าเว็บของเรามีอะไรบ้าง ดังนั้นก็เขียนไว้ซะครับ
meta name="Keywords" content="Make Money Online with GOOGLE ADSENSE"
meta name="Description" content="การหาเงินทางเน็ตกับบริษัทที่เชื่อถือได้อย่าง Google ด้วยบริการ Google Adsense เพียงแค่คุณสามารถสร้างเว็บ Blog "
SE จะให้ความสำคัญกับข้อความใน Tag เหล่านี้ในอันดับต้นๆครับแต่ ! ปัจจุบันนี้ SE บางแห่งเริ่มให้ความสำคัญกับ Tag พวกนี้น้อยลงแล้วครับ เนื่องจากหน้าเพจส่วนใหญ่ ไม่ได้มีเนื้อหาสอดคล้องกับ Tag เหล่านี้เท่าใดนัก เพราะคนส่วนใหญ่เขียนแต่เนื้อหา ไม่ค่อยเขียน META ครับ และบางทีโค้ดก็ถูกสร้างมาโดยระบบอัตโนมัติ เลยไม่สามารถเขียน META ที่สอดคล้องกับเนื้อหาได้ ดังนั้น SE ในปัจจุบัน จึงหันมาให้ความสำคัญกับเนื้อหาของเพจแทนแล้ว SE รู้ได้ยังไงว่าเพจเรามีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรSE ใช้การวิเคราะห์ข้อความในเนื้อหาของเว็บครับ โดยดูจาก (ข้อมูลอาจไม่เรียงลำดับตามความสำคัญนะครับ เนื่องจาก SE แต่ละแห่งใช้วิธีวิเคราะห์แตกต่างกัน)
1. คงรู้นะว่าอะไรจะสำคัญสุด ก็ใอ้ตัวใหญ่สุดบนเพจนั่นแหละ สำคัญสุด
2. จำนวนคำที่ใช้ต่อ 1 เพจ ที่ซ้ำกัน สมมุติ ใน 1 หน้า คุณมีคำว่า ADSENSE สัก 10 คำ คุณคิดว่า หน้านี้จะเขียนเกี่ยวกับอะไร
3. URL ของเพจ path ต่างๆ รวมถึงชื่อไดเร็คทอรี่สามารถบอกความหมายของเพจได้ครับ
4. Title, Keyword และ Description
5. Tag ต่างๆ เช่น tag em b i address ใช้ให้ถูกที่ถูกเวลาถูกชนิด(ความหมายของแต่ละ Tag ว่ามีไว้เพื่ออะไร)
6. เนื้อหาที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ของภาษานั้นๆ ครับ เขียนแล้วอ่านไม่รู้เรื่อง SE มันก็ไม่เข้าใจครับดังนั้น ตอนนี้คุณคงรู้แล้วว่าในเพจของคุณควรมีอะไรบ้าง และคุณควรจะจัดการกับมันอย่างไร หากเพื่อนๆสนใจศึกษาข้อมูลต่อได้ที่
SEO-Thai.com
วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
บทที่ 20 รู้จักกับ SEO
เขียนโดย
Ediva
ที่
09:07
0
ความคิดเห็น
บทที่ 14 เทคนิคโปรโมทเว็บไซต์เพื่อเรียกคนดู
พอดีไปเจอมา อ่านแล้วใช้ได้เลยทีเดียว ลองทำตามดูนะครับ มีประโยชน์มากๆเลย บางข้อผมก็ไม่เคยทำเลยบางก็ใช้ประสบการณ์พอสมควรครับถึงจะดัง ดูรายละเอียดดังนี้
1. ถ้าคุณเพิ่งทำเวบใหม่สดๆเลย ก็เขียนบทความอะไรซักหน่อย แล้วไปส่งที่ Digg, Reddit, และ Now Public
2. สร้าง Yahoo Group เกี่ยวกับเรื่องของเวบเรา
3. สมัคร MySpace แล้วใช้มันช่วยโปรโมท
4. บุ๊คมาร์คเวบเราที่ Del.icio.us และถ้าคุณมีกึ๋นซักหน่อยนะ ก็ใส่ปุ่ม Del.icio.us ไว้ในเวบของคุณด้วย
5. สมัคร Technorati แล้วก็ "claim" Blog ของคุณซะ (อย่าลืมใส่ปุ่ม ไว้ที่เวบ)
6. submit เวบของคุณที่ directories ที่เป็น seach engine friendly แบบฟรีๆ ก็มีเยอะแยะ เช่น Info Vilesilencer
7. ทำแบบสำรวจ นี่เป็นวิธีที่ดีที่จะโปรโมทแบบ offline (มีใครเคยทำมั้ยง่ะ - -a)
8. ไปลงโฆษณาฟรีสำหรับบริษัทของคุณที่ Gumtree
9. ใช้ RSS feeds
10. submit RSS feeds ของเราตาม FeedBurner, Squidoo, Feedboy, Jordomedia, FeedBomb, FeedCat, rssmad, feedirectory, และ Feedboy
11. เขียนบทความที่เกี่ยวกับเวบของคุณ แล้วส่งไปตาม article sites
12. สมัคร StumbleUpon แล้วเรียกเพื่อนๆมาช่วย Stumble
13. สร้างหน้า 404 ของตัวเองไว้ เผื่อว่าคนเข้ามาเจอ error ก็จะ redirect ไปที่อื่นๆที่ดีๆ
14. สร้าง 301 redirect เพื่อจะ redicrect traffic ของคุณจาก non-www มาที่ www ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่
15. ใส่ลิ้งของเวบคุณไว้ใน signature ของเวบบอร์ดที่คุณเป็นสมาชิก
16. บอกเพื่อนๆเกี่ยวกับเวบของคุณ (มันเป็นหารโฆษณาฟรีๆน่ะ)
17. ตรวจคำผิดในเวบของคุณด้วย!
18. เช็คเวบของคุณ browser หลายๆอัน
19. ซื้อโฮสต์ที่ดีพอ ไม่มีใครชอบเวบที่เป็นเต่าคลาน
20. ไม่ต้องกังวลกับ PageRank ไปหาทางโปรโมทดีกว่านะ เดี๋ยว PageRank มันก็ดีตามเอง
21. แจกของฟรี !! คนส่วนมากจะบอกต่อ เมื่อมีของฟรี
22. บอกเพื่อนบ้านของคุณ (- -a)
23. บอกวิธีที่จะติดต่อคุณให้มากที่สุด msn email yahoo skype เบอร์โทร ที่อยู่
24. ลงโฆษณากับ Craigslist มันฟรี และก็ดีใช้ได้
25. อย่าใช้ Frames
26. Submit เวบที่ DMOZ.org มันอาจจะต้องใช้เวลาซักหน่อย แต่ก็คุ้ม
27. สร้าง Site Map ให้กับเวบของคุณ แล้วส่งให้ Google
28. ทำเสื้อขึ้นสกรีน URL เวบคุณลงไป แล้วก้ใส่มันบ่อยๆด้วย (อืม..คิดได้เนอะ - -")
29. เอาไปให้สาวสวยหุ่นเร้าใจใส่ด้วยซักตัว *-*
30. สมัคร Affiliate program เพื่อขายสินค้าของคุณ หรือว่าถ้าคุณเป็น Publisher ก็โกยเงินกัน!!
31. ในหน้า contact ถามด้วยว่า คุณสนใจจะรับ Newsletter มั้ย
32. ส่ง Newsletter !!
33. เข้าร่วมสัมมนาคนทำเวบ คุณอาจจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆก็ได้
34. หา Blog ดีๆ ดังๆ แล้วก็ไปตอบคอมเม้นไว้ (ใส่ลิ้งเวบคุณด้วยล่ะ)
35. อย่าจ้างคนให้ submit search engines ให้ เสียตังค์เปล่าๆ เพราะอันที่ดังๆมีแค่ Google 50% Yahoo 25% และ MSN 10%
36. ส่งคลิบเข้าพร้อมกับชื่อเวบคุณในคลิบ ที่ YouTube กับ Google Video
37. แจกฟรี e-book แล้วเวบคุณจะเป็นที่ฮือฮา
38. แจก Wordpress Theme, Blogger Theme, หรือ phpLD themes
39. ถ้าคุณขายของที่มีโฆษณาในทีวี เขียนในเวบคุณด้วยว่า "แบบที่เห็นในทีวี"
40. หลีกเลี่ยงเทคโนโลยีที่ไฮโซเกิน เช่น Java หรือ Active x
41. แจกของให้โหลดได้ ระวังลิขสิทธิ์ด้วย
42. เรียนรู้ CSS
43. ตอบคอมเม้น ยิ่งถ้าเป็น Blog ตอบบ่อยๆ
44. ขอให้เวบอื่น หรือ Blogger คนอื่นๆ ช่วย review เวบคุณ หรือว่า สินค้าก็ได้ (แลกกัน review ก็ดี)
45. ใช้ชื่อ page ที่มีความหมาย ไม่ใช่ www.yourdomain.com/pgInfoPages.cfm?cx=50799399822B393BBF95289295A3A10A4FD4F64E511ACB0E020C9048CFE3AEDAF8DD9D
46. ถ้าคุณจำเป็นจะต้องมี Flash ที่หน้าแรก อย่าลืมใส่ปุ่ม skip ด้วย
47. บอกหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หรือ วารสารประจำโรงเรียนเกี่ยวกับเวบของคุณ บางทีถ้าเค้าไม่มีเรื่องจะเขียน หน้าของคุณอาจจะไปโผล่ในนั้นก็ได้
48. จงดังในหมู่คนที่เขียนเรื่องเดียวกัน
49. บริจาคเพื่อการกุศล แล้วส่วนมากเค้าจะใส่ลิ้งแบคให้คุณ
50. ปฏิบัติตามกฏของ W3C standards มันจะช่วยให้คุณอยู่รอดได้ในระยะยาว
51. ทีมกีฬาในโรงเรียน หรือในชุมชน ให้โอกาสคุณเป็น sponsors ในราคาถูกและดี
52. โปรโมทเวบตามบอร์ดต่างๆ แต่อย่าสแปม
53. ขอให้ Blogger เขียนเกี่ยวกับเวบของคุณ โดยแลกกับลิ้งแบค
54. จัดการประกวดแข่งขันขึ้นมาในเวบ
55. ใส่ปุ่ม "ส่งต่อให้เพื่อน"
56. มี site map ในเวบของคุณ เพื่อช่วยผู้เข้าชม และsearch engine
57. ตั้งชื่อที่มีคีย์เวิร์ดตรงๆ ทั้งผู้อ่านและ search engine ชอบ
58. ใส่ปุ่ม FeedBurner ในเวบด้วย คนอ่านจะได้สมัครได้ง่ายๆ
59. Adwords เป็นทางเลือกที่ดี ถ้าคุณใช้มันเป็น
60. ใส่ About Me ใน Blog ผู้อ่านจะรู้สึกว่ามี'คน'ที่กำลังสื่อสารกับเค้า
61. สร้างหน้าเวบ แบนเนอ และโลโก้ไว้บนเวบ เพื่อว่าใครจะเอาไปตีพิมพ์ หรือเอาไปแปะในเวบ
62. ใส่ลิ้งมาที่เวบคุณจาก ebay profile
63. ขอให้เพื่อนของคุณช่วยวิจารณ์เวบแบบตรงๆ
64. E-books ที่มี reseller rights เป็นของแจกที่ดีอย่างนึงสำหรับเวบคุณ
65. submit รูปที่ Flikr66. แชร์ banner ที่ เวบแลกเปลี่ยน banner
67. ตอบอีเมลล์ของลูกค้าให้เร็ว ไม่มีใครชอบรอ 3-4 วันกว่าจะได้รับคำตอบ
68. Keep It Simple Stupid (KISS) ใช้ CSS ในการวาง layout และ html text อย่าลวดลายมาก
69. อย่าใส่รูปเยอะมากจนเกินไป จะทำให้โหลดช้า
70. ถ้าคุณคิดว่าจะ submit เยอะมากๆ สร้างเมลล์อันใหม่มาเพื่อการนี้ แล้วทิ้งมันไปซะเพื่อลดการ สแปม71. ใส่ Favicon ให้เวบคุณ จะได้โดดเด่นเวลา Bookmark
72. เข้า Yahoo answer แล้วตอบคำถาม พร้อมกับใส่เวบของคุณเปน source
73. อย่าซื้อ traffic มันจะมาแค่วูบเดียว แล้วจากไป
74. ทำความรู้จักกับคนที่อยู่ในวงการเดียวกัน เข้า community เป็นต้น
75. เขียนบทความที่จะมีคนอยากลิ้งถึงมากๆ เช่น บทความนี้ไง
เครดิต http://juneandtheblog.blogspot.com/2007/08/75.html
เขียนโดย
Ediva
ที่
08:40
0
ความคิดเห็น
บทที่ 10 ตอบรับจดหมายจาก GOOGLE ADSENSE

ให้คลิกที่ Link ในอีเมล์ เพื่อเป็นการยืนยันการสมัคร
** หลังจากยืนยันอีเมล์ไปแล้ว ก็รอผลการสมัคร ประมาณ 1 - 2 วัน ทาง Google จะส่งผลการสมัครมาทางอีเมล์ ถ้าผลการสมัครผ่านแล้ว จะได้รับข้อความ ดังนี้...

** หลังจากสมัครผ่านแล้ว ให้ทำการ Login เข้าไปที่... https://www.google.com/adsense/หรือคลิก link ใน step 1 ตามรูปได้เลยครับ เมื่อเข้า Login คร้งแรกจะปรากฎหน้าอธิบายเกี่ยวกับข้อกำหนดของการใช้ Google AdSense ให้คุณคลิกยอมรับ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
** หลังจากนั้น ให้ยืนยันข้อมูลทางภาษี **
- คลิกที่ หัวข้อ My Account
- คลิกหัวข้อย่อย Tax Information และให้คลิกปุ่ม Submit Tex Information
- จากนั้น Google จะให้เราตอบคำถามประมาณ 3 ข้อครับดังนี้ ให้เราตอบ No หมดครับ

- คลิก Continue หน้าถัดมา ให้ใส่ชื่อ-นามสกุลเป็นภาษาอังกฤษ ใน Signature of Publisher ........ และนี่ถือว่าเป็นลายเซ็นของคุณ และ กดปุ่ม Submit information เพียงเท่านี้ ก็ถือว่าได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาษีอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้ว
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
** หลังจากนั้น ให้เลือกการรับเงินรายได้ **
- คลิกที่ หัวข้อ My Account
- คลิกหัวข้อย่อย Payment History
- คลิกที่ Please select or verify a form of payment
- ให้ทำเครื่องหมาย ที่วงกลม : Check - Standard Delivery และ กดปุ่ม Continue
- ในหน้าถัดมา ให้เลือกสกุลเงินที่ต้องการ ให้เลือก Thai Baht (THB) และ กดปุ่ม Save change
**ส่วนข้อมูลอื่นๆ ก็แก้ไขเองตามต้องการครับ
ทีนี้ไปดูบทต่อไปเลยครับว่าโฆษณาที่ได้มาจาก AdSense เป็นอย่างไร
เขียนโดย
Ediva
ที่
08:38
2
ความคิดเห็น